การตอกเสาเข็มเดี่ยว (monopile) ของกังหันลมนอกชายฝั่งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 ถึง 11 เมตรด้วยค้อนกระแทกไฮดรอลิกโดยไม่มีมาตรการลดเสียง สร้างระดับความดันเสียงจากศูนย์ถึงจุดสูงสุดใต้น้ำที่ 208 ถึง 222 dB re 1 uPa และระดับการสัมผัสเสียงต่อการตอกหนึ่งครั้ง (SELss) ที่ 183 ถึง 194 dB re 1 uPa2s ที่ระยะ 750 เมตร เพื่อปกป้องโลมาพอร์พอยส์และวาฬบาลีนใกล้สูญพันธุ์ภายใต้เพดานกฎหมายของ BSH เยอรมนีที่ 160 dB SEL / 190 dB Lpk และขีดจำกัดการสูญเสียการได้ยินอย่างถาวร (PTS) ของ NOAA Fisheries ผู้พัฒนาโครงการนอกชายฝั่งจึงติดตั้งอุปกรณ์ลดทอนเสียงใต้น้ำ (HSD) ใกล้เสาเข็มควบคู่กับม่านฟองอากาศขนาดใหญ่สองชั้น (DBBC) ในระยะไกล ซึ่งสามารถ ลดทอนเสียงแบบแถบความถี่กว้างได้ถึง 18 ถึง 24 dB (ลดพลังงานเสียงที่แผ่กระจายลงได้ 98.4% ถึง 99.6%) ตัวเลขด้านล่างนี้มาจากสำนักงานจัดการพลังงานมหาสมุทรแห่งสหรัฐอเมริกา (BOEM), สำนักงานการเดินเรือและอุทกศาสตร์แห่งสหพันธรัฐเยอรมนี (BSH), NOAA Fisheries (NMFS) และชุดข้อมูลภาคสนามในวารสาร Marine Environmental Research
TL;DR
- ค่า SEL ต่อการตอกหนึ่งครั้งของเสาเข็มเดี่ยว XL (เส้นผ่านศูนย์กลาง 8–11 ม.) โดยไม่ลดเสียงที่ระยะ 750 ม.: 183 ถึง 194 dB re 1 uPa2s (BSH / BOEM Field Monitoring)
- ระดับเสียงสูงสุด (Lpk) ของเสาเข็มเดี่ยว XL โดยไม่ลดเสียงที่ระยะ 750 ม.: 208 ถึง 222 dB re 1 uPa (BSH / Marine Environmental Research)
- ขีดจำกัดเสียงรบกวนใต้น้ำตามกฎหมายของ BSH เยอรมนีที่ระยะ 750 ม.: 160 dB re 1 uPa2s (SEL05) และ 190 dB re 1 uPa (Lpk) (BSH Standard)
- การลดทอนเสียงแบบแถบความถี่กว้างของม่านฟองอากาศขนาดใหญ่ชั้นเดียว (BBC): 10 ถึง 15 dB ที่ระยะ 750 ม. (BOEM / North Sea Wind Trials)
- การลดทอนเสียงแบบแถบความถี่กว้างของม่านฟองอากาศขนาดใหญ่สองชั้น (DBBC): 14 ถึง 19 dB ที่ระยะ 750 ม. (BSH / Marine Environmental Research)
- การลดทอนเสียงเมื่อใช้ระบบใกล้เสาเข็ม (HSD / IHC NMS) ร่วมกับ DBBC: 18 ถึง 24 dB แบบแถบความถี่กว้าง (BSH Certified Construction Logs)
- ปริมาตรอากาศอัดที่ต้องใช้เพื่อให้ DBBC ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ: 0.30 ถึง 0.50 m3/นาที ต่อความยาวท่อหัวฉีดหนึ่งเมตร (BOEM Technical Report)
- พลังงานการตอกของค้อนสำหรับเสาเข็มเดี่ยวกังหันลมรุ่นใหม่ขนาด 12–15 MW: 3,500 ถึง 5,500 kJ ต่อครั้ง ที่อัตรา 30–45 ครั้ง/นาที (BOEM / Offshore Wind Data)
- จำนวนครั้งการตอกทั้งหมดต่อฐานรากเสาเข็มเดี่ยวนอกชายฝั่งหนึ่งต้น: 2,500 ถึง 5,200 ครั้ง ใช้เวลา 2.5 ถึง 4.5 ชั่วโมง (BSH / BOEM)
- เกณฑ์เริ่มต้น PTS ของ NOAA Fisheries สำหรับวาฬบาลีน (เสียงกระแทก): 183 dB SELcum (ถ่วงน้ำหนัก LF) / 219 dB Lpk (NOAA NMFS Guidance)
- เกณฑ์เริ่มต้น PTS ของ NOAA Fisheries สำหรับโลมาพอร์พอยส์ (เสียงกระแทก): 155 dB SELcum (ถ่วงน้ำหนัก VHF) / 202 dB Lpk (NOAA NMFS Guidance)
- รัศมีการหลีกเลี่ยงเชิงพฤติกรรมของโลมาพอร์พอยส์ (ไม่ลดเสียง เทียบกับ DBBC+HSD): ลดลงจาก 22–30 กม. เหลือเพียง 1.5–3.8 กม. (Marine Environmental Research)
1. ระดับเสียงที่แหล่งกำเนิดและที่ระยะ 750 เมตรจากการตอกเสาเข็มเดี่ยวโดยไม่มีมาตรการลดเสียง
เมื่อค้อนกระแทกไฮดรอลิกตอกลงบนยอดเสาเข็มเดี่ยวเหล็กนอกชายฝั่งด้วยพลังงาน 2,500 ถึง 5,500 กิโลจูล มันจะส่งคลื่นความเค้นอัดความเร็วเหนือเสียงวิ่งลงไปตามผนังเสาเข็มด้วยความเร็ว ~5,100 m/s เนื่องจากอาการพองตัวเชิงโครงสร้างแบบปัวซอง (Poisson expansion) นี้เคลื่อนที่เร็วกว่าความเร็วเสียงในน้ำทะเล (~1,500 m/s) จึงปล่อยคลื่นกระแทกมาค (Mach wave) รูปกรวยเข้าสู่มวลน้ำที่มุมประมาณ 17 องศา และกระตุ้นคลื่นไหวสะเทือนเรย์ลี (Rayleigh seismic waves) บนพื้นทะเลให้แผ่เสียงกลับขึ้นมาในน้ำ ในขณะที่การตอกฐานรากบนบกมีรายละเอียดอยู่ใน สถิติเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือนจากการตอกเสาเข็มก่อสร้างในเขตเมือง เสาเข็มเดี่ยวนอกชายฝั่งที่จมอยู่ใต้น้ำจะส่งผ่านพลังงานเข้าสู่สภาพแวดล้อมทางทะเลที่มีอิมพีแดนซ์สูงโดยตรง โดยมีการสูญเสียจากการแพร่กระจายเชิงเรขาคณิตน้อยมากในเขตน้ำตื้นไหล่ทวีป (ความลึก 25 ถึง 50 เมตร)
| ประเภทฐานรากและเส้นผ่านศูนย์กลางเสาเข็มเดี่ยว | พลังงานการตอกของค้อนโดยทั่วไป (kJ) | ค่า SEL ต่อการตอกหนึ่งครั้งโดยไม่ลดเสียงที่ 750 ม. (dB re 1 uPa2s) | ระดับสูงสุด (Lpk) โดยไม่ลดเสียงที่ 750 ม. (dB re 1 uPa) | แหล่งที่มา |
|---|---|---|---|---|
| เสาเข็มยึดโครงสร้าง Jacket 4 ขา (เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 - 3.5 ม.) | 800 - 1,800 kJ | 172 - 179 dB | 196 - 204 dB | BOEM / BSH Monitoring |
| เสาเข็มเดี่ยวมาตรฐาน (5.0 - 6.5 ม., กังหัน 4–6 MW) | 1,500 - 2,500 kJ | 177 - 184 dB | 202 - 210 dB | BSH North Sea Dataset |
| เสาเข็มเดี่ยวขนาดใหญ่ (7.5 - 9.0 ม., กังหัน 8–10 MW) | 2,500 - 4,000 kJ | 183 - 189 dB | 208 - 216 dB | Marine Environmental Research |
| เสาเข็มเดี่ยวขนาดใหญ่พิเศษ XL (9.5 - 11.5 ม., กังหัน 12–15 MW) | 4,000 - 5,500 kJ | 187 - 194 dB | 213 - 222 dB | BOEM / US Atlantic & North Sea |
| ค่า SEL สะสม (SELcum, ตอก 3,500 ครั้งโดยไม่ลดเสียงที่ 750 ม.) | 3,000 - 4,500 kJ | 217 - 226 dB (สะสม) | — | NOAA NMFS / BOEM Modeling |
| เพดานตามกฎหมายของ BSH เยอรมนีที่ 750 ม. (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 SEL05) | การติดตั้งเชิงพาณิชย์ทั้งหมด | <= 160 dB SEL05 | <= 190 dB Lpk | German BSH Noise Standard |
แหล่งที่มา: US Bureau of Ocean Energy Management (BOEM) Acoustic Monitoring และ German BSH Offshore Noise Standard
2. การลดทอนเสียงด้วยม่านฟองอากาศและระบบลดเสียงรบกวนใกล้เสาเข็ม
เพื่อลดช่องว่าง 23 ถึง 34 dB ระหว่างเสียงรบกวนของเสาเข็มเดี่ยว XL ที่ไม่มีการป้องกันกับเกณฑ์ควบคุม 160 dB SEL05 ผู้รับเหมาจึงติดตั้งกำแพงกั้นเสียงสองชั้น ม่านฟองอากาศขนาดใหญ่สองชั้น (DBBC) ในระยะไกลจะวางท่อหัวฉีดเจาะรูร่วมศูนย์สองวงบนพื้นทะเลที่รัศมี 60 ถึง 150 เมตรรอบเสาเข็ม สร้างกำแพงฟองอากาศที่ลอยตัวขึ้นซึ่งทำให้เกิดความไม่เข้ากันของอิมพีแดนซ์ทางเสียงอย่างรุนแรงและการกระเจิงแบบเรโซแนนซ์ เนื่องจากกระแสน้ำขึ้นน้ำลงที่เร็วกว่า 0.7 m/s สามารถพัดพาแนวฟองอากาศให้แยกออกใกล้ผิวน้ำ ผู้พัฒนาจึงจับคู่ DBBC เข้ากับระบบใกล้เสาเข็มที่ไม่ขึ้นกับกระแสน้ำ เช่น ตาข่ายอุปกรณ์ลดทอนเสียงใต้น้ำ (HSD) ที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนโฟม/ก๊าซปรับความถี่ หรือปลอกลดเสียงรบกวนแบบท่อปิดทึบ IHC (NMS)
| รูปแบบระบบลดเสียงรบกวน | การลดทอนค่า SEL แถบความถี่กว้างที่ 750 ม. (dB) | การลดระดับสูงสุด (Lpk) ที่ 750 ม. (dB) | แถบความถี่หลักที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด | แหล่งที่มา |
|---|---|---|---|---|
| ม่านฟองอากาศขนาดใหญ่ชั้นเดียว (BBC, อากาศ >= 0.3 m3/นาที/ม.) | 10 - 15 dB | 12 - 17 dB | 125 Hz - 4,000 Hz | BSH / Marine Environmental Research |
| ม่านฟองอากาศขนาดใหญ่สองชั้น (DBBC, วงแหวนร่วมศูนย์) | 14 - 19 dB | 16 - 22 dB | 80 Hz - 8,000 Hz | BOEM / BSH Field Logs |
| ตาข่ายเรโซแนนซ์ใกล้เสาเข็ม Hydro-Sound Damper (HSD) อย่างเดียว | 10 - 13 dB | 11 - 15 dB | 63 Hz - 2,000 Hz | Marine Environmental Research |
| ปลอกลดเสียงรบกวน IHC (NMS, ท่อเหล็กผนังสองชั้น) | 13 - 17 dB | 14 - 19 dB | 50 Hz - 5,000 Hz | BSH Certified Trial Reports |
| แผงเรโซเนเตอร์ทางเสียงใต้น้ำ AdBm (แผงเฮล์มโฮลทซ์) | 11 - 15 dB | 12 - 16 dB | 60 Hz - 1,000 Hz | BOEM / North Sea Trials |
| การใช้ HSD ใกล้เสาเข็ม + DBBC ระยะไกลร่วมกัน (ระบบคู่ขนาน) | 18 - 24 dB | 20 - 27 dB | 50 Hz - 10,000 Hz | BSH / BOEM US Atlantic |
| การใช้ IHC NMS + DBBC ระยะไกลร่วมกัน (ระบบคู่ขนาน) | 20 - 25 dB | 22 - 28 dB | 40 Hz - 10,000 Hz | BSH / Marine Environmental Research |
แหล่งที่มา: Marine Environmental Research Offshore Pile Driving Abatement Studies
3. การลดทอนเสียงตามความถี่และขีดจำกัดการอ้อมผ่านพื้นทะเล (Seabed Flanking)
ข้อจำกัดทางวิศวกรรมที่สำคัญของกำแพงกั้นเสียงในมวลน้ำคือ การเดินทางอ้อมของคลื่นไหวสะเทือนผ่านพื้นทะเล (seabed seismic flanking) แม้ว่าม่านฟองอากาศจะสกัดกั้นคลื่นกรวยมาคที่เดินทางผ่านน้ำโดยตรงได้ถึง 99.9% แต่คลื่นอัดและคลื่นเฉือนที่แผ่ออกมาจากครึ่งล่างของเสาเข็มเดี่ยวที่ฝังอยู่ในดินจะเดินทางออกไปด้านนอกผ่านชั้นตะกอนทะเลและโผล่กลับขึ้นมาในมวลน้ำด้านนอกวงแหวนม่านฟองอากาศ เช่นเดียวกับที่คลื่นดินความถี่ต่ำเดินทางอ้อมกำแพงกั้นเสียงบนผิวดินใน สถิติการสั่นสะเทือนผ่านพื้นดินและเสียงครางต่ำของรถไฟใต้ดิน การอ้อมผ่านพื้นทะเลจำกัดการลดทอนเสียงใต้น้ำสูงสุดที่สามารถทำได้ไว้ที่ 8 ถึง 14 dB ที่ความถี่ต่ำกว่า 63 Hz ไม่ว่าเครื่องอัดอากาศจะมีกำลังสูงเพียงใดก็ตาม
| แถบความถี่ 1/3 ออกเทฟ | สัดส่วนพลังงานของเสาเข็มเดี่ยว XL โดยไม่ลดเสียง | การลดทอนของ BBC ชั้นเดียว (dB) | การลดทอนของระบบคู่ HSD + DBBC (dB) | กลไกทางฟิสิกส์ที่เป็นข้อจำกัด |
|---|---|---|---|---|
| 16 Hz - 50 Hz | 12% - 18% | 4 - 7 dB | 8 - 12 dB | คลื่นเรย์ลีในพื้นทะเลเดินทางอ้อมออกนอกวงแหวน |
| 63 Hz - 125 Hz | 35% - 45% (จุดสูงสุดทางสเปกตรัมหลัก) | 9 - 13 dB | 16 - 21 dB | การสั่นพ้องของชิ้นส่วนโฟม HSD + กำแพงฟองอากาศ |
| 160 Hz - 315 Hz | 28% - 35% (จุดสูงสุดรอง) | 13 - 18 dB | 21 - 26 dB | ความไม่เข้ากันของอิมพีแดนซ์ของกลุ่มฟองอากาศ |
| 400 Hz - 1,000 Hz | 8% - 12% | 18 - 25 dB | 25 - 32 dB | การดูดกลืนด้วยการสั่นพ้องของฟองอากาศมินแนร์ต (Minnaert) |
| 1,250 Hz - 10,000 Hz | < 3% | 22 - 30 dB | 28 - 35 dB | การกระเจิงความถี่สูง + การหน่วงของน้ำทะเล |
แหล่งที่มา: BOEM Technical Report on Low-Frequency Seabed Propagation and Flanking
4. ค้อนลดเสียงรบกวนทางเลือกและวิธีการติดตั้งแบบไม่ใช้แรงกระแทก
เพื่อลดการพึ่งพากองเรือเครื่องอัดอากาศหลายลำ (ซึ่งเผาผลาญน้ำมันดีเซลทางทะเลถึง 15,000 ถึง 28,000 ลิตรต่อเสาเข็มเดี่ยวหนึ่งต้นเพียงเพื่อเดินเครื่องอัดอากาศบนดาดฟ้าเรือ 12 ถึง 18 เครื่องสำหรับระบบ DBBC) กลุ่มพันธมิตรวิศวกรรมจึงได้พัฒนาค้อนยืดเวลาพัลส์และระบบติดตั้งแบบสั่น ด้วยการยืดระยะเวลาการกระแทกของค้อนจาก 4 มิลลิวินาทีเป็น 15–30 มิลลิวินาทีโดยใช้ห้องกันกระแทกหรือตัวหน่วงแรงดันน้ำ ค้อนปรับแต่งรูปคลื่นพัลส์จะช่วยย้ายพลังงานเสียงออกจากแถบความถี่ 100–300 Hz และลดระดับเสียงสูงสุดลงได้ 6 ถึง 11 dB ที่แหล่งกำเนิด
| เทคโนโลยีการติดตั้งฐานราก | การลดค่า SEL แถบความถี่กว้างเทียบกับค้อนกระแทก | การลดระดับสูงสุด (Lpk) | ข้อจำกัดด้านการปฏิบัติการ / ธรณีเทคนิค | แหล่งที่มา |
|---|---|---|---|---|
| ค้อนไฮดรอลิกแบบยืดเวลาพัลส์ (IQIP PULSE / MENCK MNRU) | 4 - 8 dB | 6 - 11 dB | ลดแอมพลิจูดสูงสุดด้วยการตอกแบบซับแรงนาน 20 ms | BSH / Manufacturer Trials |
| การตอกเสาเข็มด้วยระบบสั่น (ค้อนสั่นตามแนวแกน) | 15 - 20 dB | 18 - 25 dB (เสียงต่อเนื่อง) | ตอกไม่ลงในชั้นตะกอนธารน้ำแข็งแน่น; ต้องตอกกระแทกช่วงท้าย | BOEM / North Sea Demos |
| การตอกเสาเข็มแบบนุ่มนวล (GDP, สั่นตามแนวแกน + บิดความถี่สูง) | 16 - 22 dB | 20 - 26 dB | พิสูจน์แล้วกับเสาเข็มขนาดกลาง; กำลังขยายสู่ขนาด 10 ม. XL | Carbon Trust / TUD GDP |
| การตอกเสาเข็มโดยใช้หัวฉีดน้ำแรงดันสูงช่วยภายใน | 8 - 14 dB | 9 - 15 dB | ลดแรงเสียดทานผิวของแท่งดินภายในเสาเข็มลง 40%–60% | Marine Environmental Research |
| ฐานรากถังดูดสุญญากาศ Jacket / Mono-Bucket | 25 - 35 dB (มีเฉพาะเสียงปั๊ม) | > 35 dB (ไม่มีการตอกกระแทก) | จำกัดเฉพาะดินทราย/ดินเหนียวเนื้อเดียวกันที่ไม่มีหินก้อนใหญ่ | BSH / Dogger Bank & Borkum Riffgrund |
แหล่งที่มา: German BSH and Offshore Wind Industry Low-Noise Foundation Trials
5. เกณฑ์ PTS/TTS ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลและรัศมีเขตหวงห้าม
การออกใบอนุญาตตามกฎระเบียบทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกามุ่งเน้นไปที่การป้องกันการสูญเสียการได้ยินอย่างถาวร (PTS หรือความเสียหายที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้ของเซลล์ขนในหูชั้นใน) และการลดการสูญเสียการได้ยินชั่วคราว (TTS) รวมถึงการพลัดถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล เพื่อเป็นการเสริมข้อมูลพื้นฐานด้านเสียงรบกวนจากการเดินเรืออย่างต่อเนื่องที่ติดตามไว้ใน สถิติการเกิดโพรงอากาศของใบจักรเรือเดินทะเลและเสียงรบกวนใต้น้ำ หน่วยงาน NOAA Fisheries (NMFS) ได้กำหนดเกณฑ์คู่แบบถ่วงน้ำหนักความถี่สำหรับการตอกเสาเข็มแบบกระแทก ในฝั่งแอตแลนติกของสหรัฐฯ การปกป้องวาฬไรต์แอตแลนติกเหนือที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งยวดจำเป็นต้องใช้ทุ่นตรวจวัดเสียงแบบพาสซีฟ (PAM) และผู้สังเกตการณ์ทางสายตาเพื่อรักษาระยะเขตปลอดภัยที่ขยายออกไปไกลถึง 10 กม. ในระหว่างการตอกเสาเข็มนอกฤดูกาลหรือใช้พลังงานสูง
| กลุ่มการได้ยินของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล (NOAA NMFS) | การเริ่มเกิด PTS จากเสียงกระแทก (SELcum ถ่วงน้ำหนัก / Lpk ไม่ถ่วงน้ำหนัก) | การเริ่มเกิด TTS จากเสียงกระแทก (SELcum ถ่วงน้ำหนัก / Lpk ไม่ถ่วงน้ำหนัก) | รัศมีเสี่ยง PTS: ไม่ลดเสียง เทียบกับ ลดเสียง 20 dB | แหล่งที่มา |
|---|---|---|---|---|
| สัตว์จำพวกวาฬความถี่ต่ำ (วาฬไรต์, วาฬหลังค่อม, วาฬฟิน) | 183 dB SELcum / 219 dB Lpk | 168 dB SELcum / 213 dB Lpk | ลดลงจาก 3.2 - 5.8 กม. เหลือ 180 - 420 ม. | NOAA Fisheries (NMFS) / BOEM |
| สัตว์จำพวกวาฬความถี่สูง (โลมา, วาฬนำร่อง, วาฬจะงอย) | 185 dB SELcum / 230 dB Lpk | 170 dB SELcum / 224 dB Lpk | ลดลงจาก 120 - 250 ม. เหลือ < 30 ม. | NOAA Fisheries (NMFS) |
| สัตว์จำพวกวาฬความถี่สูงมาก (โลมาพอร์พอยส์) | 155 dB SELcum / 202 dB Lpk | 140 dB SELcum / 196 dB Lpk | ลดลงจาก 4.5 - 8.2 กม. เหลือ 250 - 600 ม. | NOAA NMFS / BSH Porpoise Studies |
| สัตว์ตระกูลแมวน้ำในน้ำ (แมวน้ำท่าเรือและแมวน้ำสีเทา) | 185 dB SELcum / 218 dB Lpk | 170 dB SELcum / 212 dB Lpk | ลดลงจาก 1.1 - 2.4 กม. เหลือ 80 - 190 ม. | NOAA Fisheries (NMFS) |
| รัศมีการรบกวนพฤติกรรม / การหลีกเลี่ยงของโลมาพอร์พอยส์ | ~140 - 145 dB SELss (ไม่ถ่วงน้ำหนัก) | — | ลดลงจาก 22 - 30 กม. เหลือ 1.5 - 3.8 กม. | Marine Environmental Research |
| โปรโตคอลการตอกเริ่มแบบเบา / ค่อยๆ เพิ่มพลังงาน (พลังงานตอก 10%–20%) | 20 - 30 นาทีก่อนเดินเครื่องเต็มกำลัง | ลดการสัมผัส PTS ระยะใกล้ลงได้ >85% | ช่วยให้วาฬว่ายออกจากเขต 1 กม. ชั้นในได้ทัน | BOEM / BSH Permit Conditions |
แหล่งที่มา: NOAA Fisheries Technical Guidance for Assessing the Effects of Anthropogenic Sound on Marine Mammal Hearing
สรุป: การตอกเสาเข็มกังหันลมนอกชายฝั่งและการลดทอนเสียงด้วยม่านฟองอากาศในเชิงตัวเลข
| ตัวชี้วัด | ค่า | แหล่งที่มา |
|---|---|---|
| ค่า SELss ของเสาเข็มเดี่ยว XL (9.5–11.5 ม.) โดยไม่ลดเสียงที่ 750 ม. | 187 - 194 dB re 1 uPa2s | BOEM / BSH Monitoring |
| ระดับสูงสุด (Lpk) ของเสาเข็มเดี่ยว XL โดยไม่ลดเสียงที่ 750 ม. | 213 - 222 dB re 1 uPa | BOEM / BSH Monitoring |
| ค่า SELss ของเสาเข็มเดี่ยวมาตรฐาน (5.0–6.5 ม.) โดยไม่ลดเสียงที่ 750 ม. | 177 - 184 dB re 1 uPa2s | BSH North Sea Dataset |
| ค่า SELss ของเสาเข็มยึดโครงสร้าง Jacket (2.4–3.5 ม.) โดยไม่ลดเสียงที่ 750 ม. | 172 - 179 dB re 1 uPa2s | BOEM / BSH Monitoring |
| ขีดจำกัดเสียงรบกวนตามกฎหมายของ BSH เยอรมนีที่ 750 ม. (SEL05 / Lpk) | 160 dB re 1 uPa2s / 190 dB re 1 uPa | German BSH Noise Standard |
| การลดค่า SEL แถบความถี่กว้างของม่านฟองอากาศชั้นเดียว (BBC) | 10 - 15 dB | BSH / Marine Environmental Research |
| การลดค่า SEL แถบความถี่กว้างของม่านฟองอากาศสองชั้น (DBBC) | 14 - 19 dB | BOEM / BSH Field Logs |
| การลดค่า SEL แถบความถี่กว้างโดยลำพังของ Hydro-Sound Damper (HSD) | 10 - 13 dB | Marine Environmental Research |
| การลดค่า SEL โดยลำพังของปลอกลดเสียง IHC (NMS) | 13 - 17 dB | BSH Certified Trial Reports |
| การลดค่า SEL เมื่อใช้ระบบใกล้เสาเข็ม (HSD/NMS) คู่กับ DBBC ระยะไกล | 18 - 25 dB | BSH / BOEM US Atlantic |
| เพดานการลดทอนเสียงจากการอ้อมผ่านพื้นทะเลที่ความถี่ต่ำกว่า 50 Hz | สูงสุด 8 - 12 dB | BOEM Technical Report |
| ปริมาณอากาศอัดที่ต้องจ่ายให้วงแหวนท่อ DBBC | 0.30 - 0.50 m3/นาที ต่อเมตร | BOEM / BSH Best Practice |
| การลดเสียงที่แหล่งกำเนิดด้วยค้อนไฮดรอลิกแบบยืดเวลาพัลส์ | 4 - 8 dB SEL / 6 - 11 dB Lpk | BSH / Manufacturer Trials |
| การลดเสียงรบกวนด้วยการตอกระบบสั่น / การตอกแบบนุ่มนวล (GDP) | 15 - 22 dB SEL | Carbon Trust / BOEM |
| เกณฑ์ PTS จากเสียงกระแทกของ NOAA NMFS สำหรับวาฬบาลีน | 183 dB SELcum / 219 dB Lpk | NOAA Fisheries (NMFS) |
| เกณฑ์ PTS จากเสียงกระแทกของ NOAA NMFS สำหรับโลมาพอร์พอยส์ | 155 dB SELcum / 202 dB Lpk | NOAA Fisheries (NMFS) |
| รัศมีเสี่ยง PTS ของวาฬบาลีน (ไม่ลดเสียง เทียบกับ ลดเสียง 20 dB) | 3.2–5.8 กม. ลดลงเหลือ 180–420 ม. | NOAA NMFS / BOEM |
| รัศมีการหลีกเลี่ยงของโลมาพอร์พอยส์ (ไม่ลดเสียง เทียบกับ DBBC+HSD) | 22–30 กม. ลดลงเหลือ 1.5–3.8 กม. | Marine Environmental Research |
ระเบียบวิธีและแหล่งข้อมูล
ข้อมูลที่รวบรวมไว้ในรายงานนี้มาจากฐานข้อมูลการตรวจวัดการก่อสร้างนอกชายฝั่งตามกฎหมาย หน่วยงานพลังงานทางทะเลระดับชาติ และเอกสารวิชาการด้านสวนศาสตร์ใต้น้ำที่ผ่านการทบทวนโดยผู้ทรงคุณวุฒิ:
- US Bureau of Ocean Energy Management (BOEM): Offshore Wind Energy Acoustic Monitoring Reports and Low-Frequency Seabed Propagation Studies ซึ่งครอบคลุมการวัดผลภาคสนามของโครงการ Block Island, Coastal Virginia, Vineyard Wind และ South Fork
- German Federal Maritime and Hydrographic Agency (BSH): Standard Investigation of the Impacts of Offshore Wind Turbines on the Marine Environment (StUK4) and Noise Mitigation Concept Guidelines
- NOAA Fisheries (National Marine Fisheries Service — NMFS): Technical Guidance for Assessing the Effects of Anthropogenic Sound on Marine Mammal Hearing
- Marine Environmental Research: Empirical field evaluations of Big Bubble Curtains, Hydro-Sound Dampers, and harbor porpoise passive acoustic monitoring (C-POD/F-POD) across North Sea wind farms
- ข้อสังเกตด้านข้อมูล: ระดับการสัมผัสเสียงต่อการตอกหนึ่งครั้ง (SELss ในหน่วย dB re 1 uPa2s) เป็นการอินทิเกรตพลังงานเสียงตลอดช่วงเวลาการตอกของค้อนหนึ่งครั้งโดยปรับเทียบให้เป็น 1 วินาที ในขณะที่ค่า SEL สะสม (SELcum) เป็นการรวมพลังงานจากการตอกทั้งหมด 2,500 ถึง 5,200 ครั้งที่ใช้ในการตอกเสาเข็มหนึ่งต้น (SELcum = SELss + 10 * log10(N) สำหรับตัวรับเสียงที่อยู่กับที่) เนื่องจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลจะว่ายน้ำหนีออกไปในระหว่างการติดตั้ง แบบจำลองการสัมผัสเสียงที่คำนึงถึงการเคลื่อนที่จริงของสัตว์จึงให้ค่าการสัมผัสเสียงสะสมต่ำกว่าสมการตัวรับเสียงที่อยู่กับที่ประมาณ 6 ถึง 12 dB
อัปเดตล่าสุด: 19 ตุลาคม 2026 เราทบทวนและอัปเดตสถิติเหล่านี้เป็นประจำทุกไตรมาสเมื่อมีการเผยแพร่รายงานการก่อสร้างในฝั่งแอตแลนติกของสหรัฐฯ จาก BOEM และบันทึกการลดเสียงเสาเข็มเดี่ยว XL ในทะเลเหนือของยุโรปฉบับใหม่