สถิติบัตรรองขวัญ (2026): 48 ข้อมูลเกี่ยวกับยอดเงินคงเหลือ บัตรดิจิทัล และการฉ้อโกง

สถิติบัตรรองขวัญปี 2026: ข้อมูล NRF และ Bankrate เกี่ยวกับการใช้จ่าย $210B ในสหรัฐฯ, $23B ยอดเงินค้างในบัตร (47% ของผู้ใหญ่), 73% ใช้จ่ายเกินหน้าบัตร (+$59 พิเศษ), 52% บัตรดิจิทัล และความเสียหายจากการหลอกลวง $350M

ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ใช้จ่ายเงิน $210.0 billion ต่อปีสำหรับบัตรของขวัญ โดยมีเงิน $23.0 billion ที่ค้างอยู่โดยไม่ได้ใช้ในกลุ่มผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 47.0% ($187 ต่อคน) ในขณะที่ 73.0% ของนักช็อปใช้จ่ายเกินมูลค่าบัตรเพิ่มอีก $59 เมื่อนำมาใช้งาน และบัตรดิจิทัลครองส่วนแบ่งยอดขาย 52.0% ในขณะที่ผู้ค้าปลีกรับรู้กำไรถาวร 4% จากเงินที่ไม่มีการนำมาใช้ (breakage) และกฎหมาย CARD Act กำหนดการคุ้มครองอายุบัตรอย่างน้อย 5 ปี แต่การหลอกลวงด้วยบัตรของขวัญก็สร้างความเสียหายถึง $350 million ต่อปี ข้อมูลด้านล่างมาจากการวิจัยเชิงประจักษ์โดย National Retail Federation, Bankrate, Blackhawk Network, Fiserv, FTC และ CFPB

TL;DR

  • การใช้จ่ายผ่านบัตรของขวัญประจำปีในสหรัฐฯ สูงถึง $210.0 billion ($495.0 billion ทั่วโลก) ในทุกรูปแบบบัตร (NRF)
  • บัตรของขวัญครองอันดับ 1 ของขวัญช่วงเทศกาลที่มีผู้ต้องการมากที่สุดติดต่อกัน 18 ปี (58% ของนักช็อป)
  • เงินมูลค่า $23.0 billion ในบัตรของขวัญและเครดิตร้านค้ายังคงค้างอยู่ในครัวเรือนสหรัฐฯ (Bankrate)
  • 47.0% ของผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ (ประมาณ 122 ล้านคน) ถือบัตรรองขวัญที่ยังไม่ได้ใช้อย่างน้อยหนึ่งใบ
  • ยอดเงินคงเหลือเฉลี่ยของผู้ใหญ่ที่เก็บบัตรที่ยังไม่ได้ใช้คือ $187 ต่อคน (Bankrate)
  • ผู้ค้าปลีกรับรู้ 2.5% ถึง 4.0% ของมูลค่าการเติมบัตรทั้งหมดเป็นกำไรถาวรจากเงินที่ไม่มีการนำมาใช้ ‘Breakage’
  • บัตรของขวัญดิจิทัล (E-Gift Card) คิดเป็น 52.0% ของยอดขายบัตรของขวัญทั้งหมด แซงหน้าบัตรพลาสติกแบบเดิม
  • 64.0% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนจัดเก็บและใช้งานบัตรของขวัญดิจิทัลในกระเป๋าเงินมือถือ (Apple/Google Wallet)
  • 73.0% ของผู้ใช้บัตรรองขวัญใช้จ่ายเกินกว่ามูลค่าหน้าบัตรเดิมเมื่อนำไปแลกซื้อสินค้า (Fiserv)
  • นักช็อปใช้จ่ายเงินส่วนตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย +$59.00 เกินกว่ามูลค่าเดิมของบัตรในการซื้อสินค้า
  • การฉ้อโกงบัตรของขวัญและการแอบอ้างตัวตนสร้างความเสียหายแก่ผู้บริโภคในสหรัฐฯ $280.0M ถึง $350.0M ต่อปี (FTC)
  • ข้อบังคับของกฎหมาย CARD Act กำหนดว่ายอดเงินในบัตรของขวัญจะต้องไม่หมดอายุเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปีนับจากเปิดใช้งาน
  • 26.0% ของผู้ถือบัตรใช้ตลาดแลกเปลี่ยนและขายต่อมือสอง (CardCash, Raise) เพื่อขายบัตรที่ไม่ต้องการ

1. ภาพรวมการใช้จ่าย: ตลาดสหรัฐฯ $210B และการครองแชมป์ช่วงเทศกาล 18 ปี

บัตรเติมเงินมูลค่าคงที่เป็นหนึ่งในช่องทางการขายปลีกที่มีความยืดหยุ่นและทำกำไรได้มากที่สุดในการค้ายุคใหม่ National Retail Federation (NRF) และ Mercator คำนวณยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรของขวัญในสหรัฐฯ ต่อปีที่ $210.0 billion

ความต้องการในช่วงเทศกาลมีอยู่ทั่วทุกกลุ่ม: 58.0% ของผู้ซื้อสินค้าช่วงเทศกาลซื้อบัตรของขวัญ (ของขวัญอันดับ 1 ตลอด 18 ปีติดต่อกัน) โดยบัตรมียอดเติมเงินเฉลี่ยเริ่มต้นที่ $49.50 ถึง $52.00 ต่อใบ (Blackhawk Network)

ตัวชี้วัดมูลค่าแหล่งที่มา
ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรของขวัญรวมต่อปีในสหรัฐอเมริกาทั้งแบบ Closed-loop และ Open-loop$210.0 Billion in total US gift card spendNational Retail Federation (NRF) / Mercator Advisory Group
มูลค่าตลาดบัตรของขวัญทั่วโลก (บัตรพลาสติก + บัตรของขวัญดิจิทัล)$495.0 Billion globallyAllied Market Research / Grand View Research
ผู้บริโภคที่ซื้อบัตรของขวัญอย่างน้อยหนึ่งใบในช่วงเทศกาลช็อปปิ้งประจำปี58.0% of holiday shoppers (most requested holiday gift item for 18 straight years)National Retail Federation (NRF) Holiday Consumer Survey
ยอดเงินเฉลี่ยที่เติมต่อบัตรของขวัญหนึ่งใบที่ผู้บริโภคซื้อ$49.50 to $52.00 per cardBlackhawk Network BrandedPay Report

พฤติกรรมการคืนสินค้าช่วงเทศกาลเชื่อมโยงกับรายงาน ecommerce returns statistics ของเรา แหล่งที่มา: NRF Holiday Consumer Survey

2. ปรากฏการณ์ Breakage มูลค่า $23B: การถือครอง 47% และเงินค้าง $187

เงินทุนของผู้บริโภคจำนวนมหาศาลยังคงติดอยู่ในกระเป๋าสตางค์ที่ถูกลืม ลิ้นชัก และบัญชีดิจิทัล ผลสำรวจทางการเงินประจำปีของ Bankrate เผยว่ามีเงิน $23.0 billion ในบัตรของขวัญที่ยังไม่ได้ใช้ในสหรัฐอเมริกา

สัดส่วนในระดับครัวเรือนนั้นกว้างขวาง: 47.0% ของผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ ถือครองบัตรที่ยังไม่ได้ใช้เฉลี่ยคนละ $187 ทำให้ผู้ค้าปลีกสามารถรับรู้ยอด 2.5% ถึง 4.0% ของมูลค่าเติมบัตรเป็นกำไรสุทธิจาก ‘Breakage’ (Mercator)

ตัวชี้วัดมูลค่าแหล่งที่มา
มูลค่ารวมของยอดเงินคงเหลือในบัตรของขวัญที่ยังไม่ได้ใช้ในครัวเรือนสหรัฐฯ (‘Breakage’ / บัตรที่ไม่ได้ใช้)$23.0 Billion in unused gift cardsBankrate Unused Gift Card Survey / Credit Summit
ผู้บริโภควัยผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ถือบัตรของขวัญ เวาเชอร์ หรือเครดิตร้านค้าที่ยังไม่ได้ใช้อย่างน้อยหนึ่งใบ47.0% of US adults (approx 122M people)Bankrate Annual Survey
ยอดเงินคงเหลือในบัตรของขวัญที่ยังไม่ได้ใช้เฉลี่ยต่อบุคคลที่มีบัตรค้างอยู่$187 per person with unused cardsBankrate Consumer Financial Data
ยอดเงินในบัตรของขวัญที่ไม่มีการนำมาแลกใช้ถาวร (รายได้ Breakage ที่ผู้ค้าปลีกรับรู้)2.5% to 4.0% of total loaded valueMercator Advisory Group / SEC 10-K Filings (Starbucks, Target)

รูปแบบการหลอกลวงทางการเงินต่อผู้บริโภคเชื่อมโยงกับ elder fraud statistics ของเรา แหล่งที่มา: Bankrate Unused Gift Card Survey

3. การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล: สัดส่วน E-Gift Card 52% และกระเป๋าเงินมือถือ

การส่งมอบบัตรทางดิจิทัลแบบทันทีได้เข้ามาแทนที่ชั้นวางบัตรพลาสติกหน้าร้านแบบดั้งเดิมอย่างถาวร Blackhawk Network และ Fiserv บันทึกว่าบัตรของขวัญดิจิทัลคิดเป็น 52.0% ของยอดขายบัตรของขวัญทั้งหมด

กระเป๋าเงินดิจิทัลครองการใช้งาน: 64.0% จัดเก็บบัตรใน Apple Wallet หรือ Google Wallet (InComm) ในขณะที่สิทธิประโยชน์องค์กร B2B และรางวัลพนักงานคิดเป็น 28.0% ของการออกบัตรทั้งหมด (IRF)

ตัวชี้วัดมูลค่าแหล่งที่มา
ส่วนแบ่งของบัตรของขวัญดิจิทัล (ส่งทางอีเมล, SMS หรือกระเป๋าเงิน) จากยอดขายทั้งหมด52.0% of all gift card transactions (surpassing physical plastic)Blackhawk Network / Fiserv Gift Card Survey
ผู้บริโภคที่จัดเก็บและแลกใช้บัตรของขวัญดิจิทัลในกระเป๋าเงินมือถือ (Apple Wallet, Google Wallet)64.0% of smartphone shoppersInComm Payments Consumer Survey
ส่วนแบ่งของโครงการสร้างแรงจูงใจ B2B และรางวัลพนักงานในตลาดบัตรของขวัญทั้งหมด28.0% of total gift card issuanceIncentive Research Foundation (IRF) Benchmark

การยอมรับการชำระเงินผ่านมือถือเชื่อมโยงกับข้อมูล digital wallet statistics ของเรา แหล่งที่มา: Blackhawk Network BrandedPay Report

4. ผลประโยชน์จากการจ่ายเกิน: อัตรา Overspend 73% และยอดซื้อเพิ่ม +$59

บัตรของขวัญทำหน้าที่เป็นตัวเร่งการเข้าชมร้านค้าที่ทรงพลัง ซึ่งกระตุ้นให้ผู้บริโภคเพิ่มมูลค่าในตะกร้าสินค้า งานวิจัยของ Fiserv เผยว่า 73.0% ของผู้ใช้บัตรใช้จ่ายเกินมูลค่าหน้าบัตร

ยอดการซื้อเพิ่มเติมมีมูลค่าสูง: ผู้ใช้บัตรจ่ายเงินส่วนตัวเพิ่มเฉลี่ย +$59.00 เกินกว่ามูลค่าบัตร (Blackhawk) โดย 42.0% เข้าชมร้านค้าเนื่องจากได้รับบัตรของขวัญโดยเฉพาะ

ตัวชี้วัดมูลค่าแหล่งที่มา
นักช็อปที่ใช้จ่ายเกินมูลค่าหน้าบัตรเดิมเมื่อนำบัตรของขวัญมาแลกซื้อสินค้า (‘Overspend’)73.0% of gift card redeemers overspendFirst Data / Fiserv Prepaid Consumer Insights
จำนวนเงินดอลลาร์เฉลี่ยที่ใช้จ่ายเกินกว่ามูลค่าหน้าบัตรเดิมเมื่อใช้จ่ายในร้านค้า+$59.00 spent above card valueBlackhawk Network Consumer Research
ผู้บริโภคที่เข้าเยี่ยมชมร้านค้าปลีกหรือร้านอาหารโดยเฉพาะเพราะได้รับบัตรของขวัญ42.0% of shoppersNRF Consumer Returns & Incentives Survey

ประสบการณ์การช็อปปิ้งในร้านค้าเชื่อมโยงกับ customer experience statistics ของเรา แหล่งที่มา: Fiserv Prepaid Consumer Insights

5. การฉ้อโกงและกลโกง: ความเสียหาย $350M และ Card Draining หน้าร้าน

ลักษณะที่ไม่เปิดเผยตัวตนและไม่สามารถเรียกเงินคืนได้ของบัตรเติมเงิน ทำให้กลายเป็นเครื่องมือยอดนิยมสำหรับการฉ้อโกงทางการเงิน FTC Consumer Sentinel บันทึกความเสียหายจากการหลอกลวงด้วยบัตรของขวัญที่รายงานต่อปีอยู่ที่ $280.0M ถึง $350.0M

การดัดแปลงบัตรบนชั้นวางหน้าร้านมีความรุนแรง: 1 ใน 4 ของชั้นวางบัตรของขวัญในร้านค้าพบร่องรอยสติกเกอร์บาร์โค้ดปลอม (BBB) ขณะที่ 24.0% ของเหยื่อรายงานว่าถูกขู่กรรโชกให้ชำระเงินด้วยบัตรของขวัญ (AARP)

ตัวชี้วัดมูลค่าแหล่งที่มา
ความเสียหายต่อปีของผู้บริโภคจากการหลอกลวงชำระเงินด้วยบัตร การขโมยยอดเงิน และการดัดแปลงบัตรในร้าน$280.0M to $350.0M reported losses/yrFederal Trade Commission (FTC) Consumer Sentinel Data Book
บัตรของขวัญจริงในร้านค้าที่พบว่ามีการดัดแปลงสติกเกอร์บาร์โค้ดหรือขูดรหัส PIN (‘Card Draining’)1 in 4 retail gift card racks compromised in high-fraud areasBetter Business Bureau (BBB) Retail Warning
ผู้บริโภคที่รายงานว่าตกเป็นเป้าหมายของการแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐเพื่อเรียกร้องบัตรของขวัญ24.0% of scam targetsAARP Fraud Watch Network / FTC

กลโกงที่พบบ่อยสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ online scam statistics ของเรา แหล่งที่มา: Federal Trade Commission (FTC)

6. การคุ้มครองทางกฎหมายและการขายต่อมือสอง: กฎ 5 ปีของ CARD Act

การกำกับดูแลของรัฐบาลกลางและตลาดแลกเปลี่ยนแบบ P2P ช่วยสร้างสภาพคล่องและการคุ้มครองผู้บริโภคที่สำคัญ กฎหมาย Credit CARD Act ของ CFPB กำหนดให้อายุการใช้งานของบัตรของขวัญต้องมีระยะเวลาขั้นต่ำ 5 ปี

ตลาดมือสองเติบโตอย่างต่อเนื่อง: 26.0% ของผู้ถือบัตรนำยอดเงินที่ไม่ได้ใช้ไปซื้อขายบนแพลตฟอร์มมือสอง เช่น CardCash และ Raise (Mercator) โดยมีส่วนลดตั้งแต่ 5.0% ถึง 15.0% จากมูลค่าหน้าบัตร

ตัวชี้วัดมูลค่าแหล่งที่มา
ระยะเวลาหมดอายุขั้นต่ำตามกฎหมาย Credit CARD Act ของสหรัฐฯ5 years minimum expiration (mandated by federal law)Consumer Financial Protection Bureau (CFPB) CARD Act
ผู้บริโภคที่ใช้ตลาดแลกเปลี่ยนบัตรของขวัญมือสอง (Raise, CardCash, Gameflip) เพื่อขายบัตรที่ไม่ได้ใช้26.0% of gift card holdersMercator Advisory Group
อัตราส่วนลดเฉลี่ยที่ได้รับเมื่อซื้อบัตรของขวัญมือสองลดราคาบนแพลตฟอร์มขายต่อ5.0% to 15.0% below face valueCardCash Marketplace Benchmarks

สรุป: บัตรของขวัญในรูปแบบตัวเลข

ตัวชี้วัดมูลค่าแหล่งที่มาหลัก
ยอดการใช้จ่ายบัตรของขวัญประจำปีในสหรัฐฯ$210.0 BillionNRF / Mercator Advisory
มูลค่าตลาดบัตรของขวัญทั่วโลก$495.0 BillionAllied Market Research
นักช็อปช่วงเทศกาลที่ซื้อบัตรของขวัญ58.0% (#1 gift for 18 yrs)NRF Holiday Survey
ยอดเติมเงินเฉลี่ยต่อบัตร$49.50 - $52.00Blackhawk Network
ยอดเงินในบัตรที่ยังไม่ได้ใช้รวมในสหรัฐฯ$23.0 BillionBankrate Unused Card Survey
ผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ ที่มีบัตรที่ยังไม่ได้ใช้47.0% (122M adults)Bankrate Annual Survey
ยอดเงินที่ไม่ได้ใช้เฉลี่ยต่อคน$187/personBankrate Financial Data
อัตรากำไรถาวรจาก Breakage2.5% - 4.0%Mercator / SEC Filings
ส่วนแบ่งตลาดบัตรของขวัญดิจิทัล52.0% of salesBlackhawk Network / Fiserv
นักช็อปที่ใช้จ่ายเกินมูลค่าหน้าบัตร73.0% overspendFiserv Consumer Insights
ยอดเงินเฉลี่ยที่จ่ายเพิ่มเกินหน้าบัตร+$59.00 extra spendBlackhawk Network
ความเสียหายจากการหลอกลวงที่รายงานต่อ FTC$280M - $350M/yrFTC Consumer Sentinel
อายุการใช้งานขั้นต่ำตามกฎหมาย CARD Act5 years minimumCFPB CARD Act Rules
ผู้ถือบัตรที่ใช้ตลาดแลกเปลี่ยนมือสอง26.0%Mercator Advisory
ส่วนลดเฉลี่ยสำหรับบัตรของขวัญมือสอง5.0% - 15.0% offCardCash Benchmarks

ระเบียบวิธีวิจัยและแหล่งที่มา

สถิติในรายงานนี้รวบรวมจากการวิจัยผู้บริโภคด้านบัตรเติมเงินของ National Retail Federation (NRF) และ Mercator Advisory Group, การสำรวจทางการเงินจาก Bankrate และ Credit Summit, ข้อมูลการออกบัตรจาก Blackhawk Network และ Fiserv, การติดตามการฉ้อโกงจาก Federal Trade Commission (FTC) และ AARP ตลอดจนข้อบังคับของรัฐบาลกลางจาก CFPB

  • National Retail Federation (NRF) & Mercator Advisory Group: Annual Gift Card Spending & Holiday Consumer Surveys (ยอดใช้จ่ายในสหรัฐฯ 2.1 แสนล้านดอลลาร์, ของขวัญอันดับ 1 ตลอด 18 ปี, อัตรา breakage)

  • Bankrate: Unused Gift Cards and Vouchers Annual Survey (ยอดเงินค้าง 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์, ผู้ใหญ่ถือครอง 47%, เงินค้างเฉลี่ย 187 ดอลลาร์)

  • Blackhawk Network & Fiserv: BrandedPay & Prepaid Consumer Insights Reports (บัตรดิจิทัล 52%, จ่ายเกิน 73%, จ่ายเพิ่ม +$59)

  • Federal Trade Commission (FTC) & AARP: Consumer Sentinel Data Book: Gift Card Scams & Payment Fraud (ความเสียหายจากการหลอกลวง 350 ล้านดอลลาร์, คำเตือนการขโมยเงินในบัตร)

  • Consumer Financial Protection Bureau (CFPB): Credit CARD Act Regulations on Gift Card Expiration & Dormancy Fees (ข้อกำหนดอายุการใช้งานขั้นต่ำ 5 ปี)

  • Incentive Research Foundation (IRF): B2B Corporate Gift Cards and Employee Recognition Benchmarks (ส่วนแบ่งรางวัลองค์กร B2B 28%)

  • การติดตามข้อมูล: สถิติบัตรรองขวัญสะท้อนถึงบัตรเฉพาะร้านค้าแบบวงปิด (Closed-loop) และบัตรเครือข่ายการชำระเงินแบบวงเปิด (Open-loop เช่น Visa/Mastercard แบบเติมเงิน) ทั้งในรูปแบบบัตรพลาสติกและบัตรดิจิทัล โดยไม่รวมคูปองส่วนลดส่งเสริมการขายที่ไม่มีมูลค่าเป็นเงินสด

  • อัปเดตล่าสุด: สิงหาคม 2026 รายงานนี้จะได้รับการอัปเดตทุกไตรมาสเมื่อมีการเผยแพร่ผลสำรวจช่วงเทศกาลของ NRF, ข้อมูลทางการเงินของ Bankrate และรายงานการฉ้อโกงผู้บริโภคของ FTC

ลอง VoxBooster — ทดลองใช้ฟรี 3 วัน

โคลนเสียงเรียลไทม์ ซาวด์บอร์ด และเอฟเฟกต์ — ทุกที่ที่คุณคุย

  • ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
  • ความหน่วง ~30ms
  • Discord · Teams · OBS
ลองฟรี 3 วัน